SAGAME66

รุ่นพี่ ลูกากู! แข้งที่หวนซบ เชลซี ในยุค พรีเมียร์ลีก

ในที่สุดก็จบลงอย่างเป็นทางการแล้วกับเรื่องที่ โรเมลู ลูกากู กองหน้าชาวเบลเยียมย้ายจาก อินเตอร์ มิลาน กลับมาอยู่กับ เชลซี หลังจากที่เขาทำการเปิดตัวกับทีมเป็นที่เรียบร้อย โดยเป็นที่เชื่อกันว่าค่าตัวในการย้ายทีมของ ลูกากู สูงในระดับถึง 97.5 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

ถ้าจะบอกว่านี่เป็นโอกาสที่ ลูกากู จะได้แก้ตัวมันก็ไม่ผิดอะไรเลย เพราะภาคแรกของเขากับ เชลซี จบลงแบบน่าผิดหวังในสภาพที่เขาทำประตูให้กับทีม SAGAME66 ไม่ได้แม้แต่ลูกเดียวจากการลงเล่น 15 นัดในทุกรายการ จนสุดท้ายก็โดนขายขาดให้กับ เอฟเวอร์ตัน ในปี 2014 หลังจากเคยแวะไปเล่นที่นั่นแบบยืมตัวมาก่อนแล้ว

ทั้งนี้ ลูกากู ไม่ใช่นักเตะคนแรกของ เชลซี ที่เคยย้ายไปอยู่กับที่อื่นแล้วได้กลับมาอยู่กับทีมในยุคที่ลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษใช้ชื่อว่า พรีเมียร์ลีก ซึ่งวันนี้เราจะมาย้อนดูกันว่าคนก่อนๆ มีใครบ้าง และผลงานภาคแรก

กับภาคสองของพวกเขาในการเล่นที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ต่างกันเพียงใด

SAGAME66

 – ดาวิด ลุยซ์

ดาวเตะชาวบราซิเลียนย้ายจาก เบนฟิก้า มาอยู่กับ เชลซี ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2011 ด้วยค่าตัว 25 ล้านยูโร ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้โดดเด่นพอตัวจนช่วยให้ทีมได้ทั้งแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ในการเล่นให้กับทีมเป็นสมัยแรก แถมเขายังเป็นขวัญใจของแฟนบอลหลายคน รวมถึงเป็นที่รักของเพื่อนร่วมทีมหลายรายด้วย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2014 โชเซ่ มูรินโญ่ ตัดสินใจขายเขาให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง โดยว่ากันว่าเป็นเพราะ มูรินโญ่ ไม่ประทับใจที่ ลุยซ์ มักจะยืนตำแหน่งได้ไม่ดีเท่าที่ควรในการเล่นเกมรับ อย่างไรก็ตาม 2 ปีหลังจากนั้น ลุยซ์ ก็ได้กลับมาอยู่กับ เชลซี ซึ่งเขาก็ยังประสบความสำเร็จกับทีมเพิ่มได้อีก ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก 1 สมัย, แชมป์ เอฟเอ คัพ 1 ครั้ง และแชมป์ ยูโรปา ลีก 1 หน ก่อนที่ในเวลาต่อมาเขาจะย้ายไปอยู่กับ อาร์เซน่อล

 – เนมานย่า มาติช

เชลซี จ่ายเงินราว 1.5 ล้านปอนด์เพื่อดึง มาติช มาจาก โคซิเช่ ทีมในสโลวาเกีย หลังจากที่ตอนนั้น มาติช เป็นนักเตะวัยหนุ่มที่มีฝีเท้าน่าประทับใจ แต่ภาคแรกของเขากับ เชลซี ก็จบลงด้วยการที่เขาได้เล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ เชลซี แค่ 3 นัดในทุกรายการเท่านั้น

มาติช โดนปล่อยไปอยู่กับ เบนฟิก้า ในเดือนมกราคม ปี 2011 ในฐานะส่วนหนึ่งของดีลที่ เชลซี จะเอา ลุยซ์ มาร่วมทัพ ซึ่งแข้งเลือดเซิร์บก็แสดงให้ เชลซี เห็นว่าคิดผิดที่ปล่อยเขาด้วยการทำผลงานได้โดดเด่นกับที่นั่น

จนสุดท้ายในเดือนมกราคม ปี 2014 เชลซี ก็ต้องควักเงิน 21 ล้านปอนด์เพื่อเอาเขากลับมาอยุ่กับทีม

ในภาค 2 ของเขากับทีมนั้น มาติช ช่วยให้ เชลซี ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก 2 สมัย พร้อมกับทำให้ช่วงนั้นเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ตัวกลางที่ดีที่สุดของ พรีเมียร์ลีก ด้วย แต่สุดท้ายเขาก็โดนปล่อยให้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2017 และยังอยู่กับทีมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 – ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา

หากถามว่านักเตะคนไหนที่แฟนบอล เชลซี ยกให้เป็นตำนานแล้วล่ะก็ เชื่อได้ว่าชื่อของ ดร็อกบา จะอยู่ในกลุ่มคนแรกๆ ที่พวกเขานึกถึง หลังจากที่ ดร็อกบา ทำประตูให้กับทีมได้อย่างเป็นกอบเป็นกำนับตั้งแต่ที่ย้ายมาจาก โอลิมปิก มาร์กเซย ในปี 2004 พร้อมกับทำให้ทีมได้แชมป์หลายรายการ อย่างเช่นแชมป์ลีก 3 สมัย, แชมป์ เอฟเอ คัพ 4 ครั้ง, แชมป์ ลีก คัพ 2 หน และแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย

ด้วยเหตุนี้ หลายคนเลยแปลกใจที่ เขลซี ไม่ต่อสัญญากับเขาจนทำให้เจ้าตัวต้องแยกทางกับทีมในปี 2012 โดยทีมที่รับเขาไปใช้งานต่อคือ เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว ถึงกระนั้น ในปี 2014 ดร็อกบา ก็กลับมาอยู่กับทีมแบบไร้ค่าตัว โดยถึงแม้ภาค 2 ของเขากับทีมจะมีระยะเวลาแค่ปีเดียว แต่เขาก็ยังได้แชมป์ลีกและแชมป์ ลีก คัพ ร่วมกับทีมอีกอย่างละ 1 หน

SAGAME66

 – แกรม เลอ โซซ์

เลอ โซซ์ เป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่ของ เชลซี เขาขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ในปี 1989 หรือก็คือตั้งแต่ก่อนที่ลีกสูงสุดจะใช้ชื่อ พรีเมียร์ลีก และได้อยู่กับทีมจนถึงปี 1993 ก่อนที่จะโดนขายให้ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ด้วยราคา 700,000 ปอนด์ โดยตอนนั้นความสำเร็จเดียวที่เขาทำได้กับ เชลซี คือการเป็นแชมป์ ดิวิชั่น 2 ในฤดูกาล 1988-89

อย่างไรก็ตาม ในปี 1997 เลอ โซซ์ ได้กลับมาเล่นให้ เชลซี อีกครั้ง และมันก็ทำให้เขาได้แชมป์กับทีมหลายรายการด้วย อย่างเช่นแชมป์ ลีก คัพ 1 สมัย, ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 หน และ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1 รอบ ก่อนที่เขาจะต้องบอกลา เชลซี เป็นรอบที่ 2 ในฐานะส่วนหนึ่งของดีลที่ เชลซี ดึง เวย์น บริดจ์ ฟูลแบ็ก เซาธ์แฮมป์ตัน มาอยู่กับทีม

ติดตามข่าววงการฟุตบอลได้ที่  lazyobsession.com